ยิ่งลักษณ์ ลงนาม ”ถอดยศ”บุคคลอื่น แต่ไม่ถอดยศ ทักษิณ ฯ

ยิ่งลักษณ์ ลงนาม ”ถอดยศ”บุคคลอื่น แต่ไม่ถอดยศ ทักษิณ ฯ

“ยิ่งลักษณ์”ลงนามสนองพระบรมราชโองการ
ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
4 นายทหาร ทบ.
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันที่ 21 ธันวาคม 2554 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน 5 ฉบับ

ประกาศฉบับแรก ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พันตรี ประจวบ เกิดคง สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่ง ปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ และทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ทั้งนี้ ตามข้อ ๗ (๔) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ประกาศฉบับที่สอง ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด นาวาอากาศโท สันติ ปิติพร สังกัดกองทัพอากาศ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่ง ปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ซึ่งบุคคลดังกล่าว ได้รับพระราชทาน ทั้งนี้ ตามข้อ ๖ และข้อ ๗ (๔) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอ พระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ประกาศฉบับที่สาม ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พันเอก เอกลาภ หลิมรัตน์ สังกัดกองทัพบก ออกเสียจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันที่ ศาลทหารสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เนื่องจากกระทำความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทวีติยาภรณ์มงกุฎ ไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ทั้งนี้ ตามข้อ ๖ และข้อ ๗ (๔) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

ประกาศฉบับที่สี่ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด ร้อยโทหญิง อัญชลี ฉัตรกุล ณ อยุธยา สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันที่ มีคำสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทำความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

ประกาศทั้งสี่ ฉบับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ส่วนประกาศฉบับที่ห้า ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ซึ่ง นายบุญเลิศ มงคล ได้รับพระราชทาน เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ อันเป็นเหตุแห่ง การเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี

นายเจะอามิง โตะตาหยง รัฐมนตรีมหาดไทย(เงา) พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็น กรณีมีการถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชอิสริภรณ์ ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ดำเนินการถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชอิสริภรณ์ ทักษิณ ที่ถูกดำเนินคดี ทางกฏหมาย ว่า

ถือว่ารัฐบาลบาลนี้ ใช้กฏหมาย สองมาตราฐาน ที่เลือกใช้กฏหมาย กับบุคคลอื่น แต่กับกลุ่มคนพวกเดียวกันไม่ยอมใช้กฏหมายบังคับใช้ การใช้กฏหมายแบบเลือกปฏิบัติ อย่างนี้ไม่เรียกว่า สองมาตราฐาน แล้วจะเรียกว่าอะไร

จึงเรียกร้อง รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ฯ ต้องดำเนินการทางกฏหมายอย่างเป็นธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเป็นพวกเดียวกัน หรือพวกพ้อง